|
ในแต่ละปีจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุของ SAMU ถึง
7 ล้านครั้งทั่วประเทศฝรั่งเศส (ประ
เทศฝรั่งเศสมีประชากรประมาณ 58
ล้านคน ในจำนวนนี้มีอยู่ 650,000
ครั้งที่ SAMU ส่งรถพยาบาลออก
ไปให้ความช่วยเหลือ
"จะเห็นได้ว่า การให้คำปรึกษาเบื้อง
ต้น มีความสำคัญต่อระบบการแพทย์
ฉุกเฉินอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่วิเคราะห์
ปัญหา และนำรถพยาบาลออกไปยัง
ที่เกิดเหตุทันที คงต้องเกิดความโก
ลาหลเป็นแน่ ซึ่ง 7 ล้านครั้ง 7 ล้าน
เหตุการณ์ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเลย"
เออรองวา-มาเลต์กล่าว
โครงข่ายการช่วยเหลือสำคัญต่อ
การแพทย์ฉุกเฉิน
SAMU ไม่ได้เป็นองค์กรโดดๆ ที่ให้
ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหา แต่
SAMU จะประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อ
ให้การแก้ไขปัญหานั้น ลุล่วงไปด้วยดี
โดยมีกฎหมายเกี่ยวกับการแพทย์ฉุก
เฉินเข้ามาควบคุมโดยเฉพาะ ซึ่งกฎ
หมายฉบับนี้ตราขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม
1986 ทำให้การทำงานของ SAMU
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญ
องค์กรอื่นๆที่เข้าร่วมต่างให้ความร่วม
มือเป็นอย่างดี
วงจรการให้ความช่วยเหลือหรือการประ
สานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
การแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยงานสำคัญหน่วย
แรกคือ โรงพยาบาลของรัฐกว่า 500
แห่ง มีแผนกฉุกเฉินของตัวเองอยู่ แผนก
นี้จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รับผู้ป่วย
เข้ารับการรักษารวมกันถึง 9 ล้านคนต่อปี
หรือ 1 ใน 6 ของประชากรฝรั่งเศส
อาจจะกล่าวได้ว่า โรงพยาบาลคือจุดสิ้น
สุดของกระบวนการฉุกเฉินก็คงจะได้
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใด
เหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา ศูนย์รับเรื่อง SAMU
จะได้รับการแจ้งเหตุ จากนั้นจะวิเคราะห์
ปัญหา ก่อนจะส่งรถพยาบาลฉุกเฉินออก
ไป แล้วถึงจะนำผู้ป่วยเข้ามารักษาในโรง
พยาบาล
ด้วยเหตุที่มีการประสานงานกันอย่าง
เป็นระบบนี่เอง ทำให้ชาวฝรั่งเศสยอม
รับและเห็นความสำคัญของ SAMU
มากยิ่งขึ้น
หน่วยงานต่อมาก็คือ พนักงานดับเพลิง
สำหรับชาวฝรั่งเศสแล้ว หน่วยงานนี้
เป็นมากกว่ากลุ่มคนที่ให้ความช่วย
เหลือเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไม่ว่า
เรื่องใดก็ตาม พวกเขามักจะนึกถึง
หน่วยงานนี้เป็นอันดับแรกเสมอ
ด้วยความที่พนักงานดับเพลิงได้รับ
ความไว้วางใจจากชาวเมืองมาก
เช่นนี้ ทำให้มีโครงข่ายกว้างขวาง
จนสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดย
ไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานอื่นๆ
แต่เมื่อ SAMU เกิดขึ้นมา จึงได้
มีการตกลงร่วมกันในการให้ความ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น เมื่อเกิด
เพลิงไหม้ พนักงานดับเพลิงจะไปถึง
เป็นกลุ่มแรก ต่อมาจะมีรถพยาบาล
ฉุกเฉิน หรือ SAMR ตามเข้าไป
สมทบ หรือกล่าวง่ายๆ ถ้าพนักงาน
ดับเพลิงมี "ความเร็ว" ในการให้
ความช่วยเหลือแล้ว SAMUR จะ
"เชี่ยวชาญ" ในด้านการรักษามาก
กว่านั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆ เข้า
ร่วมด้วย อาทิ หน่วยรถพยาบาลของ
เอกชน อาจจะมาในรูปแบบมูลนิธิ
ของเมืองไทย หรือบริษัทเอกชนที่
ต้องการช่วยเหลือสังคม, กาชาด
หน่วยงานนี้จะเข้าร่วมกับ SAMU
เมื่อเกิดมหันตภัยใหญ่ๆ และที่สำคัญ
คือ แพทย์อิสระ เป็นบุคคลกลุ่มหนึ่ง
ที่มีความสำคัญต่อระบบการแพทย์
ฉุกเฉินของฝรั่งเศส
แพทย์กลุ่มนี้ เหมือนแพทย์อยู่ยาม
ประจำตามศูนย์ต่างๆของ SAMU
ทั่วประเทศ พวกเขาบางคนมีงาน
ประจำอยู่ในโรงพยาบาลที่มีศูนย์
SAMU อยู่ เมื่อว่างจะเจียดเวลา
มาช่วยงานด้านการช่วยเหลือผู้ป่วย
ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆที่กล่าว
มาแล้ว คนกลุ่มใหม่ล่าสุดที่เข้าร่วม
กับ SAU คือจิตแพทย์ ทั้งนี้เนื่อง
จากหลังเกิดเหตุการณ์วางระเบิด
ใจกลางกรุงปารีสเมื่ปี 1995 สร้าง
ความสะเทือนขวัญให้กับผู้ประสบภัย
อย่างใหญ่หลวง เพราะผู้เผชิญหน้า
กับความเป็นความตายนั้น แม้จะ
ไม่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน แต่
สุขภาพสูญเสียแน่นอน ดังนั้นงาน
ของจิตแพทย์ คือการเข้าไปปลุก
ปลอบที่ประสบภัยให้คลายอาการ
ผวาลง
ปัจจุบันหน่วยจิตแพทย์ SAMU
มีอยู่ทั้งหมด 7 ทีมทั่วฝรั่งเศส
แม้จะมีน้อย แต่ SAMU แต่ละ
แห่งก็มีจิตแพทย์อาสาสมัคร
ประจำอยู่
วิธีการช่วยเหลือของ SAMU
เตรียมพร้อมก่อนภัยมา
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ระบบการ
ให้ความช่วยเหลือตามรูปแบบของ
SAMU ฝรั่งเศสนั้น นอกจากเร็ว
แล้ว ต้องมีความพร้อมด้วย เหตุนี้
SAMU จะต้องมีวิธีการจัดการที่
เป็นระบบ เพื่อให้การทำงานที่ออก
มานั้นมีประสิทธิภาพ สิ่งแรกที่ต้อง
คำนึงถึงอยู่เสมอคือ การเตรียม
ความพร้อม ซึ่งมีอยู่ 3 ประการหลัก
ที่ SAMU ยึดถือ ได้แก่ การวาง
แผน, วิธีการ, และการฝึกซ้อม
SAMU มีแผนการช่วยเหลือใน
เหตุการณ์ต่างๆ หลายแผนด้วยกัน
ประกอบด้วย แผนระดับจังหวัด
(ORSEC) แผนนี้จะเป็นการจัด
การร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยว
ข้องของแต่ละจังหวัด โดยมีหัวหน้า
ตำรวจประจำท้องถิ่นนั้นเป็นผู้รับ
ผิดชอบ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพร้อม
และฝึกฝนเสมอ
ต่อมาคือ แผนแดง (Rouge Plan)
เป็นแผนที่ SAMU จะนำมาใช้ใน
กรณีที่เกิดภัยพิบัติ มีผู้บาดเจ็บจำนวน
มาก (ระหว่าง 10-100 คน) จำเป็น
อย่างยิ่งที่จะต้องระดมแพทย์ อุปกรณ์
ทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และระบบการขนถ่ายผู้บาดเจ็บ รวม
ทั้งยังจะต้องมีการเตรียมพร้อมของ
กำลังเสริม ในกรณีที่กำลังหลักไม่
สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้
แผนแดงนี้ เป็นแผนที่ SAMU ไม่ค่อย
ได้ใช้บ่อยนัก คือประมาณ 10 ครั้งต่อปี
อีกแผนหนึ่งคือ แผนขาว (White Plan)
แผนนี้เป็นแผนเฉพาะของโรงพยาบาล
ที่มีศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน เหตุนี้
แผนของโรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจจะ
ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพว่าจะรับ
มือได้มากน้อยเพียงใด กล่าวง่ายๆ แผน
นี้ เป็นแผนที่โรงพยาบาลเตรียมรับมือกับ
ผู้ป่วยที่ส่งมาจาก SAMU แต่ละแห่ง
นอกจากนี้ SAMU ยังมีการวางแผน
เพื่อรับมือกับเหตุการณ์สำคัญๆต่างๆ
หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นแผนการ
เฉพาะหน้า ยกตัวอย่างเช่น การจัดการ
แข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งประเทศ
ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ SAMU ได้มีการ
เตรียมพร้อมที่จะรับมือ โดยมีการฝึก
ซ้อมจากเหตุการณ์จำลอง เพื่อให้ทุก
อย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นหากเกิด
เหตุร้ายขึ้นมา
ความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ของการแพทย์ฉุกเฉิน และ SAMU
ของฝรั่งเศสจึงได้รับการยอมรับใน
แง่นี้สูง
ปัจจุบันนี้ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง
ในฝรั่งเศสได้บรรจุหลักสูตรภาควิชา
การแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึง
การยอมรับระบบที่ถูกจัดวางไว้เป็น
อย่างดี
|