หน้าแรก







EMAIL:
siamems@
fire2rescue.com

ICQ:
9641532

 

SAMU หน่วยแพทย์ฉุกเฉินฝรั่งเศส

 

เมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ฉุกเฉิน เรามัก
จะคิดไปถึง "ความเร็ว" เป็นอันดับแรก
คือต้องไปให้เร็วให้ทันเวลา เพื่อให้เหตุ
การณ์ฉุกเฉินนั้น กลายเป็นเหตุการณ์
สามัญ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว บางที
"ความเร็ว" อาจจะช่วยอะไรได้ไม่มาก
นักเพราะถ้าเร็ว แต่ขาด "ความพร้อม"
เหตุฉุกเฉินอาจจะเป็นเหตุการณ์ฉุกละ
หุกที่ผู้กำลังเผชิญอยู่นั้นทำอะไรไม่ถูก
ได้เหมือนกัน

ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือกรณีเกิดอุบัติ
เหตุบนท้องถนน เหตุการณ์ฉุกเฉิน
ลักษณะนี้ ผู้ที่ไปถึงที่เกิดเหตุก่อนผู้อื่น
คือตำรวจ และเหล่าอาสาสมัครของ
มูลนิธิการกุศล ไม่ว่าจะเป็นป่อเต็กตึ๊ง
หรือร่วมกตัญญู ถ้าหากเหตุการณ์ดัง
กล่าวนั้น มีผู้บาดเจ็บและต้องการแพทย์
เป็นการด่วนที่สุด หนทางแรกที่ผู้ไปถึง
พอจะทำได้คือหามคนเจ็บขึ้นรถ แล้ว
รีบบึ่งไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ปัญหายังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะ
เมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วไม่มีหลักประกัน
อันใดเลยพอจะเชื่อถือได้ว่าโรงพยาบาล
นั้นๆใจพระพอที่จะรับคนเจ็บเข้ารักษา…
ที่ผ่านมา เราคงทราบข่าวกันดีว่า โรง
พยาบาลหลายแห่งปฏิเสธการรักษา พวก
เขาตั้งเงื่อนไขอันน่ารังเกียจร่วมกันว่า
"เอาเงินมากอง แล้วคุณจะรอด"

คนเจ็บบางรายรอด บางรายเสียชีวิต
ระหว่างเดินทาง บางคนตายระหว่างรอ
แพทย์ทั้งๆที่มาถึงโรงพยาบาลแล้ว

ความเศร้าอันเนื่องมาจากเห็นชีวิตเป็น
ของเล่นเช่นนี้ เกิดขึ้นได้เสมอ ทุกๆวัน..
เหตุผลประการหนึ่งเป็นเพราะเราขาด
ความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์
ฉุกเฉินต่างๆ ถ้ากรณีอุบัติเหตุ มีแพทย์
พร้อมด้วยอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
อยู่ในที่เกิดเหตุ คนเจ็บก็อาจจะรอด ไม่
ต้องแขนชีวิตไว้กับโชเฟอร์ที่พยายามขับ
ฝ่าการจราจรอันโหดร้าย เพื่อไปหาหมอ
ให้ทันเวลา

แพทย์ฉุกเฉินของเมืองน้ำหอม

เพราะตระหนักถึงชีวิตมนุษย์ว่าไม่ใช่เรื่อง
ล้อเล่น ระบบการแพทย์ฉุกเฉินหรือ SAMU
(Service d'Aide Me'dicale Urgente)
ของชาวฝรั่งเศสจึงเกิดขึ้นมา แต่ทั้งนี้ ระบบ
ดังกล่าวนี้ไม่ใช่ระบบใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น
เมื่อปีหรือสองปีนี้ แต่ค่อยๆมีการพัฒนาเรื่อย
มาจนถึงปัจจุบันนี้กล่าวได้ว่า ระบบการจัด
การผู้ป่วยฉุกเฉินของฝรั่งเศสมีความก้าว
หน้า และได้รับการยอมรับสูงอย่างยิ่ง โดย
เฉพาะประเทศในกลุ่มอียู ได้มีการตกลงกัน
เบื้องต้นว่าจะให้ SAMU ของฝรั่งเศส เป็น
ฐานจัดการผู้ป่วยฉุกเฉินทั่วยุโรป

จุดเริ่มต้นของการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย
ยามฉุกเฉินนี้ เกิดจากมนุษย์ได้ผจญกับ
ความเสี่ยงนานับประการ จนกระทั่งเกิด
เหตุร้ายมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่หลังสงคราม
โลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้
ฝรั่งเศสจึงใช้แนวคิดการให้ความช่วยเหลือ
ผู้บาดเจ็บของเหล่ากาชาดในช่วงสงคราม
โลกครั้งที่ 2 มาปรับใช้กับพลเรือน

หน่วย SAMU ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์

ภายในรถพยาบาล
SAMU

ปี 1960 แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาปฏิบัติ
ฝรั่งเศสเริ่มให้มีการรักษาในที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเทค
โนโลยีด้านยานยนต์เริ่มมีการพัมนารุด
หน้า ดึงดูดให้ผู้คนใช้ยวดยานมากขึ้น
จนทำให้สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่ม
ขึ้นอย่างน่ากลัว

การให้การรักษาในที่เกิดเหตุช่วงแรกๆ
ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ชีวิตมนุษย์ที่ตกอยู่
ในอันตรายได้รับการช่วยเหลืออย่างทัน
ท่วงทีและถูกหลักทางการแพทย์จนกระ
ทั่งปี 1970 ได้เพิ่มหน่วยช่วยเหลือเป็น
60 หน่วยทั่วฝรั่งเศส จนถึงขณะนี้ SAMU
ในฝรั่งเศสมีจำนวนทั้งสิ้น 105 หน่วยหรือ
1 หน่วยต่อหนึ่งจังหวัด

เซดรี เออรองวา-มาเลต์ (Mr.Ce'dric
Heranval - Mallet) ผู้ดูแลด้านการให้
ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินทางการ
แพทย์ ประจำกองสุขภาพกระทรวงแรง
งานและสวัสดิการสังคมของฝรั่งเศส
กล่าวว่าระบบ SAMU จะให้ความสำคํย
อยู่ 2 ประการคือ ความรวดเร็ว เป็น
ประการแรก เพราะเหตุการณ์ร้ายต่างๆ
ที่เกิดขึ้นจะต้องได้รับการจัดการโดยเร็ว
ประการต่อมา จะต้องใช้วิชาการแพทย์
ระดับสูงเข้าไปจัดการในที่เกิดเหตุ (ไม่
ใช่ที่โรงพยาบาลเหมือนประเทศไทย)

การที่จะกระทำในลักษณะดังกล่าวได้
จะต้องมีการจัดการที่ดีและอย่างเป็น
ระบบ ซึ่ง SAMU ก็เช่นกัน ก่อนที่จะ
เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ แม้จะมี
ีกระบวนการบางอย่าง ก่อนที่จะถึงระดับ
นั้น แต่ขั้นตอนไม่มีอะไรยุ่งยากเลย

ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพียงกด
โทรศัพท์หมายเลข 15 ความประสงค์
นั้นจะไปสู่ศูนย์รับเรื่องฉุกเฉินที่มีอยู่
ประจำทุกเมือง ในศูนย์รับเรื่องฉุกเฉิน
นี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยรับโทรศัพท์ และมี
แพทย์ประจำคอยให้คำปรึกาาทาง
โทรศัพท์ด้วย

วิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ขั้นแรก
จะต้องฟังปัญหาของผู้ที่เดือดร้อน ว่าเขา
กำลังประสบกับเหตุการณ์ใด ปัญหาคือ
อะไร เกิดขึ้นกับตัวเองหรือบุคคลอื่น
จากนั้นจะแยกแยะวิเคราะห์ วินิจฉัย
ปัญหา พร้อมกับให้คำตอบ ซึ่งส่วนใหญ่
แล้วขั้นตอนของการให้ความช่วยเหลือ
มักจะสิ้นสุดในขั้นตอนนี้ เนื่องจากผู้ที่
ประสบปัญหานั้น ได้รับคำตอบเป็นที่น่า
พอใจ แต่เมื่อปัญหานั้นหนักหน่วงเกินไป
หน่วยงานย่อยของ SAMU ที่เรียกว่า
SAMUR หรือ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน จะ
นำรถพยาบาลออกไปให้ความช่วยเหลือ
รักษาเบื้องต้น ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาล
ต่อไป

 

ในแต่ละปีจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุของ SAMU ถึง
7 ล้านครั้งทั่วประเทศฝรั่งเศส (ประ
เทศฝรั่งเศสมีประชากรประมาณ 58
ล้านคน ในจำนวนนี้มีอยู่ 650,000
ครั้งที่ SAMU ส่งรถพยาบาลออก
ไปให้ความช่วยเหลือ

"จะเห็นได้ว่า การให้คำปรึกษาเบื้อง
ต้น มีความสำคัญต่อระบบการแพทย์
ฉุกเฉินอย่างยิ่ง เพราะถ้าไม่วิเคราะห์
ปัญหา และนำรถพยาบาลออกไปยัง
ที่เกิดเหตุทันที คงต้องเกิดความโก
ลาหลเป็นแน่ ซึ่ง 7 ล้านครั้ง 7 ล้าน
เหตุการณ์ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเลย"
เออรองวา-มาเลต์กล่าว

โครงข่ายการช่วยเหลือสำคัญต่อ
การแพทย์ฉุกเฉิน

SAMU ไม่ได้เป็นองค์กรโดดๆ ที่ให้
ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหา แต่
SAMU จะประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อ
ให้การแก้ไขปัญหานั้น ลุล่วงไปด้วยดี
โดยมีกฎหมายเกี่ยวกับการแพทย์ฉุก
เฉินเข้ามาควบคุมโดยเฉพาะ ซึ่งกฎ
หมายฉบับนี้ตราขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม
1986 ทำให้การทำงานของ SAMU
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญ
องค์กรอื่นๆที่เข้าร่วมต่างให้ความร่วม
มือเป็นอย่างดี

วงจรการให้ความช่วยเหลือหรือการประ
สานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
การแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยงานสำคัญหน่วย
แรกคือ โรงพยาบาลของรัฐกว่า 500
แห่ง มีแผนกฉุกเฉินของตัวเองอยู่ แผนก
นี้จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รับผู้ป่วย
เข้ารับการรักษารวมกันถึง 9 ล้านคนต่อปี
หรือ 1 ใน 6 ของประชากรฝรั่งเศส

อาจจะกล่าวได้ว่า โรงพยาบาลคือจุดสิ้น
สุดของกระบวนการฉุกเฉินก็คงจะได้
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใด
เหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา ศูนย์รับเรื่อง SAMU
จะได้รับการแจ้งเหตุ จากนั้นจะวิเคราะห์
ปัญหา ก่อนจะส่งรถพยาบาลฉุกเฉินออก
ไป แล้วถึงจะนำผู้ป่วยเข้ามารักษาในโรง
พยาบาล

ด้วยเหตุที่มีการประสานงานกันอย่าง
เป็นระบบนี่เอง ทำให้ชาวฝรั่งเศสยอม
รับและเห็นความสำคัญของ SAMU
มากยิ่งขึ้น

หน่วยงานต่อมาก็คือ พนักงานดับเพลิง
สำหรับชาวฝรั่งเศสแล้ว หน่วยงานนี้
เป็นมากกว่ากลุ่มคนที่ให้ความช่วย
เหลือเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไม่ว่า
เรื่องใดก็ตาม พวกเขามักจะนึกถึง
หน่วยงานนี้เป็นอันดับแรกเสมอ
ด้วยความที่พนักงานดับเพลิงได้รับ
ความไว้วางใจจากชาวเมืองมาก
เช่นนี้ ทำให้มีโครงข่ายกว้างขวาง
จนสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดย
ไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานอื่นๆ

แต่เมื่อ SAMU เกิดขึ้นมา จึงได้
มีการตกลงร่วมกันในการให้ความ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น เมื่อเกิด
เพลิงไหม้ พนักงานดับเพลิงจะไปถึง
เป็นกลุ่มแรก ต่อมาจะมีรถพยาบาล
ฉุกเฉิน หรือ SAMR ตามเข้าไป
สมทบ หรือกล่าวง่ายๆ ถ้าพนักงาน
ดับเพลิงมี "ความเร็ว" ในการให้
ความช่วยเหลือแล้ว SAMUR จะ
"เชี่ยวชาญ" ในด้านการรักษามาก
กว่านั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆ เข้า
ร่วมด้วย อาทิ หน่วยรถพยาบาลของ
เอกชน อาจจะมาในรูปแบบมูลนิธิ
ของเมืองไทย หรือบริษัทเอกชนที่
ต้องการช่วยเหลือสังคม, กาชาด
หน่วยงานนี้จะเข้าร่วมกับ SAMU
เมื่อเกิดมหันตภัยใหญ่ๆ และที่สำคัญ
คือ แพทย์อิสระ เป็นบุคคลกลุ่มหนึ่ง
ที่มีความสำคัญต่อระบบการแพทย์
ฉุกเฉินของฝรั่งเศส

แพทย์กลุ่มนี้ เหมือนแพทย์อยู่ยาม
ประจำตามศูนย์ต่างๆของ SAMU
ทั่วประเทศ พวกเขาบางคนมีงาน
ประจำอยู่ในโรงพยาบาลที่มีศูนย์
SAMU อยู่ เมื่อว่างจะเจียดเวลา
มาช่วยงานด้านการช่วยเหลือผู้ป่วย
ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆที่กล่าว
มาแล้ว คนกลุ่มใหม่ล่าสุดที่เข้าร่วม
กับ SAU คือจิตแพทย์ ทั้งนี้เนื่อง
จากหลังเกิดเหตุการณ์วางระเบิด
ใจกลางกรุงปารีสเมื่ปี 1995 สร้าง
ความสะเทือนขวัญให้กับผู้ประสบภัย
อย่างใหญ่หลวง เพราะผู้เผชิญหน้า
กับความเป็นความตายนั้น แม้จะ
ไม่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน แต่
สุขภาพสูญเสียแน่นอน ดังนั้นงาน
ของจิตแพทย์ คือการเข้าไปปลุก
ปลอบที่ประสบภัยให้คลายอาการ
ผวาลง

ปัจจุบันหน่วยจิตแพทย์ SAMU
มีอยู่ทั้งหมด 7 ทีมทั่วฝรั่งเศส
แม้จะมีน้อย แต่ SAMU แต่ละ
แห่งก็มีจิตแพทย์อาสาสมัคร
ประจำอยู่

วิธีการช่วยเหลือของ SAMU
เตรียมพร้อมก่อนภัยมา

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ระบบการ
ให้ความช่วยเหลือตามรูปแบบของ
SAMU ฝรั่งเศสนั้น นอกจากเร็ว
แล้ว ต้องมีความพร้อมด้วย เหตุนี้
SAMU จะต้องมีวิธีการจัดการที่
เป็นระบบ เพื่อให้การทำงานที่ออก
มานั้นมีประสิทธิภาพ สิ่งแรกที่ต้อง
คำนึงถึงอยู่เสมอคือ การเตรียม
ความพร้อม ซึ่งมีอยู่ 3 ประการหลัก
ที่ SAMU ยึดถือ ได้แก่ การวาง
แผน, วิธีการ, และการฝึกซ้อม

SAMU มีแผนการช่วยเหลือใน
เหตุการณ์ต่างๆ หลายแผนด้วยกัน
ประกอบด้วย แผนระดับจังหวัด
(ORSEC) แผนนี้จะเป็นการจัด
การร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยว
ข้องของแต่ละจังหวัด โดยมีหัวหน้า
ตำรวจประจำท้องถิ่นนั้นเป็นผู้รับ
ผิดชอบ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพร้อม
และฝึกฝนเสมอ

ต่อมาคือ แผนแดง (Rouge Plan)
เป็นแผนที่ SAMU จะนำมาใช้ใน
กรณีที่เกิดภัยพิบัติ มีผู้บาดเจ็บจำนวน
มาก (ระหว่าง 10-100 คน) จำเป็น
อย่างยิ่งที่จะต้องระดมแพทย์ อุปกรณ์
ทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และระบบการขนถ่ายผู้บาดเจ็บ รวม
ทั้งยังจะต้องมีการเตรียมพร้อมของ
กำลังเสริม ในกรณีที่กำลังหลักไม่
สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้

แผนแดงนี้ เป็นแผนที่ SAMU ไม่ค่อย
ได้ใช้บ่อยนัก คือประมาณ 10 ครั้งต่อปี

อีกแผนหนึ่งคือ แผนขาว (White Plan)
แผนนี้เป็นแผนเฉพาะของโรงพยาบาล
ที่มีศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน เหตุนี้
แผนของโรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจจะ
ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพว่าจะรับ
มือได้มากน้อยเพียงใด กล่าวง่ายๆ แผน
นี้ เป็นแผนที่โรงพยาบาลเตรียมรับมือกับ
ผู้ป่วยที่ส่งมาจาก SAMU แต่ละแห่ง

นอกจากนี้ SAMU ยังมีการวางแผน
เพื่อรับมือกับเหตุการณ์สำคัญๆต่างๆ
หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นแผนการ
เฉพาะหน้า ยกตัวอย่างเช่น การจัดการ
แข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งประเทศ
ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ SAMU ได้มีการ
เตรียมพร้อมที่จะรับมือ โดยมีการฝึก
ซ้อมจากเหตุการณ์จำลอง เพื่อให้ทุก
อย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นหากเกิด
เหตุร้ายขึ้นมา

ความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ของการแพทย์ฉุกเฉิน และ SAMU
ของฝรั่งเศสจึงได้รับการยอมรับใน
แง่นี้สูง

ปัจจุบันนี้ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง
ในฝรั่งเศสได้บรรจุหลักสูตรภาควิชา
การแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึง
การยอมรับระบบที่ถูกจัดวางไว้เป็น
อย่างดี